เมื่อก่อนเราเป็นพนักงานออฟฟิศที่ต้องเดินทางเข้าออฟฟิศทุกวันเหมือนคนทั่วไป ตื่นเช้า ฝ่ารถติด และใช้ชีวิตตามตารางเวลาเดิม ๆ จนกระทั่งช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 มาถึง หลายบริษัทเริ่มปรับรูปแบบการทำงานเป็น Work from Home และนั่นก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราได้ลองทำงานจากที่บ้านเป็นครั้งแรก
เราเคยคิดว่าการทำงานต้องออกจากบ้าน
เมื่อก่อนเราเคยคิดมาตลอดว่า การทำงานก็คือต้องออกจากบ้านไปออฟฟิศสิ จะทำงานอยู่ที่บ้านได้อย่างไร?
ในความคิดของเรา การไปทำงานคือการตื่นเช้า รีบอาบน้ำ แต่งตัวให้พร้อม ฝ่ารถติด หรือเบียดเสียดบนรถสาธารณะเพื่อไปให้ทันเวลาเข้างาน และเราก็ใช้ชีวิตแบบนั้นอยู่ทุกวันจนกลายเป็นเรื่องปกติ
“แต่พอมีโอกาสได้ลองทำงานที่บ้านจริง ๆ ความคิดนั้นก็เริ่มเปลี่ยนไป“
เราได้ค้นพบว่าสถานที่ไม่ได้เป็นตัวกำหนดคุณภาพของงานเสมอไป บางครั้งการได้ทำงานในสภาพแวดล้อมที่สบายกว่า มีสมาธิมากกว่า และไม่ต้องเสียพลังงานไปกับการเดินทาง กลับทำให้งานที่ออกมามีคุณภาพดีกว่าที่เคยคิดไว้ด้วยซ้ำ
เช้าที่ไม่ต้องรีบ เปลี่ยนชีวิตเราไปมากกว่าที่คิด
สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปมากที่สุดหลังจากเริ่มทำงานที่บ้าน คือช่วงเช้าของเรา
เมื่อก่อนทุกเช้าคือการแข่งกับเวลา ตื่นนอน รีบอาบน้ำ แต่งตัว กินข้าว และออกจากบ้านให้ทันเวลา ยิ่งวันที่รถติดหรือฝนตกก็ยิ่งรู้สึกเหนื่อยตั้งแต่ยังไม่เริ่มงาน
แต่เมื่อไม่ต้องเดินทางไปออฟฟิศ ช่วงเช้าของเราก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
เราไม่จำเป็นต้องรีบลุกจากเตียงทันที ไม่ต้องกังวลว่าจะไปถึงที่ทำงานสายหรือไม่ มีเวลาอยู่กับตัวเองก่อนเริ่มต้นวัน
แม้จะดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่เวลาที่เพิ่มขึ้นเพียงวันละ 1-2 ชั่วโมง กลับส่งผลกับชีวิตมากกว่าที่คิด
เราเริ่มต้นวันด้วยความรู้สึกที่ผ่อนคลายขึ้น มีพลังงานมากขึ้น และไม่รู้สึกเหนื่อยตั้งแต่เช้าเหมือนในอดีต
สิ่งที่ได้กลับมาไม่ใช่แค่เวลาเดินทางที่หายไป แต่เป็นเวลาชีวิตที่เราได้ใช้ไปกับตัวเองมากขึ้นต่างหาก
การที่ได้อยู่กับตัวเองมากขึ้น
นอกจากการมีช่วงเช้าที่ไม่ต้องเร่งรีบแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่เราได้จากการทำงานที่บ้านคือการมีเวลาอยู่กับตัวเองมากขึ้น
เมื่อก่อนชีวิตส่วนใหญ่หมดไปกับการเดินทาง การทำงาน และการกลับบ้าน พอถึงช่วงเย็นก็แทบไม่เหลือพลังงานให้กับอย่างอื่นแล้ว
แต่เมื่อไม่ต้องเสียเวลาเดินทางหลายชั่วโมงต่อวัน เรากลับมีเวลาว่างเพิ่มขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ
เวลาที่เพิ่มขึ้นเหล่านั้นทำให้เราได้กลับมาทำสิ่งที่ตัวเองชอบมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือ เขียนบล็อก ถ่ายรูป หรือแม้แต่การนั่งเงียบ ๆ โดยไม่ต้องทำอะไรเลย
การได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเองบ่อยขึ้น ยังทำให้เราได้ทบทวนความคิด ความรู้สึก และสิ่งที่ตัวเองต้องการในชีวิตมากขึ้นด้วย
เราเริ่มรู้ว่าตัวเองชอบอะไร มีความสุขกับอะไร และไม่จำเป็นต้องใช้ชีวิตตามจังหวะของคนอื่นตลอดเวลา
บางคนอาจมองว่าการอยู่คนเดียวทั้งวันเป็นเรื่องน่าเบื่อ แต่สำหรับเรา มันกลับเป็นช่วงเวลาที่ได้พัก ได้คิด และได้เติมพลังให้กับตัวเองอย่างแท้จริง
ข้อเสียที่เรายอมแลก
แน่นอนว่าการทำงานที่บ้านไม่ได้มีแต่ข้อดี
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เราเองก็เจอข้อเสียอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน
บางวันแทบไม่ได้เจอใครเลย นอกจากคนในบ้าน การพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานที่เคยเกิดขึ้นระหว่างวันก็เหลือเพียงข้อความในแชตหรือการประชุมผ่านหน้าจอ
บางครั้งเส้นแบ่งระหว่างเวลางานกับเวลาส่วนตัวก็ไม่ชัดเจน เพราะเมื่อโต๊ะทำงานอยู่ในบ้าน เราก็สามารถเปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมาทำงานต่อได้ตลอดเวลา จนบางวันเผลอทำงานยาวกว่าตอนเข้าออฟฟิศเสียอีก
นอกจากนี้ การทำงานที่บ้านยังต้องอาศัยวินัยมากพอสมควร ไม่มีหัวหน้าคอยเดินผ่านโต๊ะ ไม่มีเพื่อนร่วมงานนั่งอยู่ข้าง ๆ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการจัดการตัวเองล้วน ๆ
“แต่ถึงจะมีข้อเสียเหล่านี้ เราก็ยังรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่ยอมแลกได้“
เพราะสิ่งที่ได้รับกลับมา ไม่ใช่แค่ความสะดวกสบาย แต่คืออิสระในการใช้ชีวิต การได้บริหารเวลาในแบบของตัวเอง และการมีเวลาให้กับสิ่งที่สำคัญกับเรามากขึ้น
สำหรับเราแล้ว ข้อดีเหล่านั้นยังมีน้ำหนักมากกว่าข้อเสียที่ต้องเผชิญในแต่ละวัน
ทำไมเราถึงยังเลือกทำงานที่บ้านจนถึงวันนี้
ตลอดหลายปีที่ผ่านมากับการทำงานที่บ้าน เราได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างเกี่ยวกับตัวเอง
เราได้รู้ว่าไม่ได้ชอบความวุ่นวายเท่าไหร่นัก ชอบเช้าที่ไม่ต้องเร่งรีบ ชอบการมีเวลาให้ตัวเอง และชอบการได้จัดการชีวิตในแบบของตัวเอง
แน่นอนว่าการทำงานที่บ้านไม่ได้เหมาะกับทุกคน และบางครั้งเราก็คิดถึงบรรยากาศของการได้ออกไปเจอผู้คน ได้พูดคุยกับเพื่อนร่วมงาน หรือได้เปลี่ยนสถานที่ทำงานบ้าง
แต่เมื่อมองย้อนกลับไป เราก็ยังรู้สึกว่าการทำงานที่บ้านเป็นรูปแบบการใช้ชีวิตที่เหมาะกับเรามากที่สุด
มันไม่ได้ทำให้ชีวิตสมบูรณ์แบบขึ้น แต่มันทำให้เรามีเวลาให้กับสิ่งที่สำคัญมากขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นการเขียนบล็อก การถ่ายรูป การเดินทาง หรือแม้แต่การได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเองอย่างเงียบ ๆและนั่นคงเป็นเหตุผลที่ทำให้เรายังคงเลือกทำงานที่บ้านมาจนถึงวันนี้