Stories from my journey.

คนที่ Work From Home มาหลายปี อยากบอกอะไรกับคนที่เข้าออฟฟิศทุกวัน

คนที่ Work From Home มาหลายปี อยากบอกอะไรกับคนที่เข้าออฟฟิศทุกวัน

In This Post

เรา Work From Home มาหลายปีแล้ว แต่ยังจำความรู้สึกตอนต้องตื่นเช้า ฝ่ารถติด และต้องรีบไปเข้างานได้ดี และหลายสิ่งที่เพิ่งเข้าใจหลังจากได้ออกจากวงจรนั้น

เวลาเดินทางคือเวลาชีวิต

เมื่อก่อนเราไม่เคยตั้งคำถามกับการเดินทางไปทำงานเลย

การตื่นเช้า ออกจากบ้าน และใช้เวลาอยู่บนท้องถนนเป็นชั่วโมง ๆ ดูเป็นเรื่องปกติของคนทำงานทั่วไป

บางวันรถติด บางวันฝนตก บางวันต้องรีบวิ่งขึ้นรถไฟฟ้าเพราะกลัวไปเข้างานสาย แต่เราก็คิดว่านี่คือส่วนหนึ่งของชีวิตการทำงานที่ทุกคนต้องเจอ

จนกระทั่งวันที่ไม่ต้องเดินทางไปออฟฟิศอีก เราถึงได้ค้นพบว่า “ในแต่ละวันตัวเองมีเวลาเพิ่มขึ้นมากกว่าที่คิด

เวลาที่เคยหมดไปกับการนั่งอยู่บนรถ กลายเป็นเวลาที่ได้นอนเพิ่มอีกนิด ได้เริ่มต้นวันด้วยความสบายใจมากขึ้น

พอมองย้อนกลับไป เราถึงเข้าใจว่าการเดินทางไม่ได้เป็นแค่การย้ายตัวเองจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง แต่มันคือเวลาชีวิตที่เราต้องแลกออกไปในทุก ๆ วัน และเมื่อไม่ต้องเสียเวลาส่วนนั้นอีก เราก็ได้เวลาชีวิตกลับคืนมามากกว่าที่เคยคิดไว้

ไม่ใช่ทุกคนที่ชอบเข้าสังคมทุกวัน

เมื่อก่อนเราเคยคิดว่าการเหนื่อยจากการทำงานเป็นเรื่องปกติ

แต่หลังจากได้ทำงานที่บ้านมาหลายปี เราก็เริ่มค้นพบว่าบางครั้งสิ่งที่ทำให้เราเหนื่อย อาจไม่ใช่งานเสมอไป

สำหรับบางคน การได้เจอผู้คน ได้พูดคุย และได้อยู่ในสังคมตลอดทั้งวันคือสิ่งที่ช่วยเติมพลังให้กับชีวิต

แต่สำหรับเรา การได้อยู่กับตัวเองเงียบ ๆ กลับเป็นช่วงเวลาที่ทำให้รู้สึกสบายใจมากกว่า

การทำงานที่บ้านทำให้เรามีพื้นที่ส่วนตัวมากขึ้น ไม่ต้องใช้พลังงานไปกับการเข้าสังคมตลอดเวลา และมีเวลาได้อยู่กับความคิดของตัวเองมากขึ้น

เราได้เรียนรู้ว่าการอยู่คนเดียวไม่ได้แปลว่าเหงาเสมอไป บางครั้งมันคือช่วงเวลาที่ได้พัก ได้คิดทบทวน และได้กลับมาทำสิ่งที่ตัวเองชอบ

การทำงานที่บ้านไม่ได้ทำให้เราเก็บตัวมากขึ้น แต่กลับทำให้เราเข้าใจตัวเองมากขึ้นต่างหาก

และเมื่อเข้าใจตัวเองมากขึ้น เราก็รู้ว่าความสุขของเราอาจไม่ได้มาจากการอยู่ท่ามกลางผู้คนตลอดเวลา แต่อาจมาจากการมีพื้นที่ให้ตัวเองได้หายใจในจังหวะที่สบายใจมากกว่า

การมีเวลาให้ตัวเองสำคัญกว่าที่คิด

สิ่งหนึ่งที่เราเพิ่งเข้าใจหลังจากทำงานที่บ้านมาหลายปี คือการมีเวลาให้ตัวเองสำคัญกว่าที่คิด

เมื่อก่อนหลังเลิกงาน เรามักรู้สึกเหนื่อยจากการเดินทางจนไม่อยากทำอะไรต่อ บางวันกว่าจะถึงบ้านก็หมดพลังงานไปเกือบทั้งวันแล้ว

แต่เมื่อไม่ต้องเสียเวลาเดินทางหลายชั่วโมงในแต่ละวัน เรากลับมีเวลาเหลือมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว

เวลาที่เพิ่มขึ้นเหล่านั้นทำให้เราได้กลับมาทำสิ่งที่ตัวเองชอบมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเขียนบล็อก การถ่ายรูป การวางแผนทริปในวันหยุด หรือแม้แต่การได้นั่งพักเฉย ๆ โดยไม่ต้องรีบไปไหน

แม้จะเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่สิ่งเหล่านี้กลับช่วยเติมพลังให้เราได้มากกว่าที่คิด เพราะสุดท้ายแล้ว ชีวิตไม่ได้มีแค่เรื่องงานเพียงอย่างเดียว

การมีเวลาให้กับสิ่งที่เรารัก ให้กับงานอดิเรก หรือแม้แต่ให้กับตัวเองบ้าง ก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้แต่ละวันมีความสุขมากขึ้นเช่นกัน และบางที สิ่งที่มีค่าที่สุดจากการทำงานที่บ้าน อาจไม่ใช่ความสะดวกสบาย แต่เป็นเวลาชีวิตที่เราได้กลับคืนมา

อย่าเอาชีวิตตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น

หลังจากทำงานที่บ้านมาหลายปี สิ่งหนึ่งที่เราได้เรียนรู้คือ ไม่มีรูปแบบการทำงานไหนที่เหมาะกับทุกคน

บางคนมีความสุขกับการได้ออกจากบ้านทุกเช้า ได้เจอเพื่อนร่วมงาน ได้พูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันตลอดวัน บางคนรู้สึกมีพลังเมื่อได้อยู่ท่ามกลางผู้คน และชอบบรรยากาศของการทำงานในออฟฟิศ

ในขณะที่บางคนกลับรู้สึกมีสมาธิมากกว่าเมื่อได้ทำงานในพื้นที่ของตัวเอง ชอบความยืดหยุ่นในการใช้ชีวิต และมีความสุขกับการได้อยู่เงียบ ๆ มากกว่า

ไม่มีแบบไหนถูกหรือผิด ไม่มีแบบไหนดีกว่าอีกแบบ

เพราะสุดท้ายแล้ว สิ่งที่สำคัญไม่ใช่ว่าเราทำงานจากที่ไหน แต่คือรูปแบบการใช้ชีวิตนั้นทำให้เรามีความสุขและใช้ชีวิตได้อย่างที่ต้องการหรือเปล่า

เราเคยเห็นคนที่มีความสุขมากกับการเข้าออฟฟิศทุกวัน และก็เคยเห็นคนที่มีความสุขมากกับการทำงานที่บ้านเช่นกัน

ดังนั้น แทนที่จะเปรียบเทียบว่าชีวิตของใครดีกว่ากัน บางทีเราอาจแค่ต้องใช้เวลาเพื่อค้นหาว่าอะไรเหมาะกับตัวเองมากกว่า

เพราะความสุขของแต่ละคน ไม่ได้มีหน้าตาเหมือนกันเสมอไป

ถ้าวันหนึ่งคุณมีโอกาสได้ Work From Home

ถ้าวันหนึ่งคุณมีโอกาสได้ลอง Work From Home ไม่จำเป็นต้องรีบตัดสินว่าชอบหรือไม่ชอบ แค่ลองใช้เวลานั้นสังเกตตัวเองดู ว่าจริง ๆ แล้ว เราเป็นคนแบบไหน

ชอบความยืดหยุ่นหรือชอบความเป็นระบบ ชอบการได้อยู่ท่ามกลางผู้คน หรือมีความสุขกับการได้อยู่กับตัวเอง เพราะบางครั้ง การเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน อาจไม่ได้ทำให้เราเก่งขึ้นกว่าเดิม แต่ทำให้เราเข้าใจตัวเองมากขึ้น

สรุป

สำหรับเราแล้ว สิ่งที่ได้จากการทำงานที่บ้านตลอดหลายปีที่ผ่านมา ไม่ใช่แค่การประหยัดเวลาเดินทาง หรือการมีอิสระในการใช้ชีวิตมากขึ้น

แต่เป็นการได้เรียนรู้ว่าตัวเองให้ความสำคัญกับอะไร

เราได้ค้นพบว่าความสุขของตัวเองอยู่ในเรื่องเล็ก ๆ อย่างการมีเวลาเงียบ ๆ ในตอนเช้า การได้เขียนบล็อก การได้ถ่ายรูป หรือการมีเวลาออกเดินทางเมื่อโอกาสมาถึง

และบางทีสิ่งที่มีค่าที่สุดที่ Work From Home มอบให้เรา อาจไม่ใช่วิธีการทำงานที่ดีขึ้น แต่เป็นการได้รู้จักตัวเองมากขึ้นต่างหาก


In This Post

You May Also Like